ผู้ป่วยโควิค-19ใช้ชีวิตอย่างไร

ผู้ป่วยโควิค-19ที่หายแล้วใช้ชีวิตในสังคมได้หรือไม่

มีคนตั้งคำถามจะแน่ใจได้อย่างไรเมื่อผู้ที่ติดเชื้อโควิค-19 และได้หายจากอาการโควิค-19 จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ โดยจะต้องใช้กำลังใจ สู้วิกฤตไปด้วยกัน โดนผู้ที่ติดเชื้อโควิค-19 ที่มีอาการรุนแรง เพียง 19% แต่อีก 81% อาการจะไม่รุนแรงและสามารถกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้หรือสถานที่พักพิง 14 วันต่อได้ เพื่อสำรองเตียงไว้รองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงมากกว่า คือก่อนที่หมอจะอนุญาติให้กับบ้านจะต้องมีการเอ็กซเรย์ปอดซ้ำก่อนว่าไม่ได้มีรอยโรคในปอด ถึงจะกลับบ้านได้ก็ไม่ได้ว่ากลับไปสู่โลกายนอกได้ปกติ แต่ต้องมากักตัว 14 วันซึ่งก็ยังต้องสวมใส่แมสก์ตลอดเวลาจนครบ 1 เดือน เมื่ออยู่บ้านหมอก็จะโทนมาสอบถามอาการทุกวันว่าวันนี้เป็นอย่างไร มีอาการแย่ลงไหมคืถ้ามีอาการแย่ลงรถพยาบาลจะรีบกลับมารับไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ต้นเหตุมาจากการที่มีคนกลุ่มหนึ่งมาขอยื่นเรื่องทางนิติบุคคลว่าบนอยู่ชั้นไหน อยู่ห้องไหน แล้วก็มีคนมาขอดูกล้องวงจรปิดว่าออกจากห้องกี่โมง ขึ้นลิฟท์ตัวไหนบ้าง ตอนนั้นก็ทำตัวไม่ถูกค่อนข้างเครียดและรู้สึกเสียใจที่เราพยายามอธิบายว่ามันไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว แต่ผลจากการที่เราพูดคุยกับคนพวกนั้นมันก็ไม่สามารถทำให้เขามองและเข้าใจตัวโรคหรือทำให้เขาคลายความกังวลในใจเขาไปได้

จากการเก็บข้อมูลของต่างประเทศพบว่า คนไข้ที่มีอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะสามารถแพร่เชื้อได้ประมาณ 8-10 วัน ซึ่งการกักตัว 14 วันถือเป็นการเผื่อระยะเวลาเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ติดเชื้อหายสนิทแล้ว โดยคนทั่วไปที่กลัวจะได้รับเชื้อก็มักจะต้องกลัวเป็นธรรมดาเพราะเชื้อนั้นไม่สามารถมองเห็นและไม่รู้ว่ามาจากไหนใครเป็นคนแพร่เชื้อและเริ่มมีการเตือนกัน โดยที่บางครั้งอาจจะไปรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลจนทำให้เกิดข้อเสียเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังคงกลัวและไม่เข้าใจผู้ที่เคยติดเชื้อจนเผลอตีตราตั้งข้อรังเกียดทำให้ไม่สามารถกลับมาชีวิตได้ตามปกติ โดยบางคนหายแล้วแต่ก็ไม่สามารถกลับไปพักที่คอนโดได้ เพราะความกังวลใจของผู้อยู่ร่วมในคอนโดโดยต้องใช้เวลาอธิบายและแสดงใบรับรองแพทย์จนทุกคนเข้าใจ เพราะบางคนมีอาการไม่รุนแรงก็คือไม่มีไข้เลยและก็นอนโรงพยาบาลอยู่ 3-4 วัน และอาการก็กลับมาเป็นปกติ ตอนนั้นคุณหมอก็บอกว่าสามารถกลับบ้านได้แล้ว