โรคมะเร็งรักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

โรคมะเร็งรักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

ปัจจุบันโรคมะเร็งถือว่าเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง เพราะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โดยวิธีการดูแลและรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดจะต้องอาศัยกำลังใจและการดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก โดยจะต้องทำความเข้าใจในวิธีการและทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนที่ 1 เป็นเรื่องของการปฏิบัติในการใช้ชีวิตประจำวัน เรื่องที่สำคัญคือเรื่องของอาหารการกิน จะต้องไม่กินอาหารที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง เพราะธรรมชาติเเชื่อว่าอาหารที่จะไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งได้แก่ เนื้อสัตว์ แป้ง น้ำตาล และไขมัน เราจะเน้นกินพวกพืชผัก ธัญพืช เห็ด เต้าหู้  เนื้อปลา และข้าวกล้อง สามารถปรุงรสได้แค่ซิ๊วขาวเท่านั้น และน้ำมันที่นำมาประกอบอาหารจะต้องเป็นน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันมะกอกไม่ควรรับประทานอาหารพวกทอด ควรรับประทานอาหารประเภพต้ม ตุ๋น นึ่งและสิ่งสำคัญควรรับประทานน้ำผักผลไม้ปั่น เมื่อรับประทานอาหารได้ครบถ้วนตามนี้ จะช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข้งแรงทำให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ ส่วนขนมคบเคี้ยวห้ามรับประทาน แต่ควรรับประทานอาหารสดมากกว่า เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ แก้วมังกร และส้มโอ ควรงดผลไม้ที่มีรสชาติหวานหรือพลังงานมาก เช่น ทุรียน ขนุน มะม่วงสุก  สัปปะรด กล้วย ลองกอง ลิ้นจี่ และลำไย การพักผ่อนควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างนอนดึกและไม่ควรวิตกกังวลหรือเครียดมากเกินไป ควรรู้จักปล่อยวางหรือนำธรรมมะเข้ามาใช้ในชีวิตจะได้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น ฝึกจิตให้รู้จักปล่อยวางและไม่ฟุ้งซ่าน ชีวิตจะต้องอยู่กับความผ่อนคลายให้มากที่สุดจึงถือเป็นสิ่งที่ของผู้ป่วยมะเร็งควรนำไปใช้ โดยจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สงบและมีความสุขในการใช้ชีวิต คนที่เป็นมะเร็งมักจะรู้สึกหงุดหงิดบ่อยๆมีความกังวล รู้สึกโกรธหรือกลัวหรือเรียกสั้นๆว่ามีความคิดในเชิงลบ จึงทำให้ต่อมหมวกไตทำงานหนักส่งผลให้หลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ส่งเสริมความเป็นกรดจนเกิดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งเพิ่มมากขึ้น เพราะความเครียดความกดดันทั้งหลายเป็นตัวกระตุ้นให้มะเร็งเดินหน้าต่อไป ถือเป็นความขัดแย้งอย่างยิ่งในการรักษามะเร็งด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ส่วนที่ 2 เรื่องของการฝึกหายใจ โดยการเพิ่มออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อสร้างความเป็นด่าง ผู้ป่วยมะเร็งจำเป็นและต้องการออกซิเจนสูง แต่ไม่ใช่ออกซิเจนบริสุทธิ์ โดยการหายใจเข้า-ออกลึกๆช้า แบบสบายๆไม่เกร็ง ผู้ป่วยมะเร็งจะต้องหายใจลึกๆช้าๆแบบนี้ตลอดเวลาประมาณ 16-18 ชั่วโมง/วัน เพราะออกซิเจนที่เข้าไปในร่างกายจะมีปริมาณที่สูงกว่าเดิมเป็น 10 เท่าทำให้ทั้งสมองทั้งเลือด เม็ดเลือดแดง เนื้อเยื่อเซลล์ และอวัยวะต่างๆ รวมทั้งเซลล์มะเร็งก็จะมีออกซิเจนอ้อมล้อมจึงส่งผลให้ DNA ที่มันแตกตัวของเซลล์มะเร็งเกิดการหยุดทำงานเพราะออกซิเจนเหล่านี้ไปสร้างความเป็นด่างให้แก่เซลล์ เพราะฉะนั้นการหายใจจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

Tags: , ,

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *